Quiet Quitting ภาวะเหนื่อยจะสู้ เลยอยู่ตามเงินเดือน
อัพเดทล่าสุด: 22 ก.ค. 2026
107 ผู้เข้าชม

มีไหม วันที่ตื่นมาแล้วแค่คิดว่าต้องไปทำงานก็เหนื่อยแล้ว ทั้งที่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง หรือนั่งอยู่ในออฟฟิศแต่ใจมันไม่ได้อยู่ตรงนั้นเลยสักนิด ทำงานไปแบบนั้นวันแล้ววันเล่า ไม่ได้คิดจะลาออก แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอยากทุ่มเทอะไรอีกต่อไปแล้ว ถ้าใช่ คุณอาจกำลังอยู่ในสภาวะที่เรียกว่า Quiet Quitting โดยไม่รู้ตัวก็ได้
-Quiet Quitting คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้น?
Quiet Quitting ไม่ใช่การลาออกนะ แต่คือการที่เราเลือกจะทำงานแค่เท่าที่อยู่ในหน้าที่ ไม่เกินไปกว่านั้น ไม่รับงานพิเศษ ไม่เช็กอีเมลนอกเวลา เลิกงานแล้วก็เลิก ปิดโน้ตบุ๊กแล้วก็ตัดขาดจากงานไปเลย
เทรนด์นี้เริ่มเป็นที่พูดถึงมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรือไม่อยากทำงานเลยนะ แต่เพราะเหนื่อยกับการทุ่มเททำงานหนักแล้วไม่ได้รับสิ่งที่ควรได้กลับมา ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสม การยอมรับจากหัวหน้า หรือแม้แต่ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในที่ทำงาน พอทำหนักแล้วไม่ได้อะไรกลับมา หลายคนก็เลือกที่จะถอยกลับมาทำแค่ในขอบเขตที่ตัวเองรับผิดชอบจริงๆ -ทำไมถึงไม่ลาออกซะเลย?
คำถามที่หลายคนสงสัย แต่จริงๆ มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น
สภาพเศรษฐกิจตอนนี้ทำให้การลาออกมีความเสี่ยงสูงกว่าเมื่อก่อนมาก ความไม่แน่นอนของตลาดงาน สวัสดิการที่มีอยู่แล้วแต่หาที่ไหนไม่ได้อีก หรือแม้แต่ทักษะที่มีอยู่อาจไม่ได้ใช้ได้กับงานอื่น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเลือกอยู่ต่อ แต่ก็ไม่ได้เลือกจะทุ่มเทเหมือนเดิมอีกแล้ว
พูดง่ายๆ คือ ยังอยู่ แต่ใจไม่ได้อยู่เต็มร้อยเหมือนก่อน
-เช็กตัวเองก่อน กำลัง Quiet Quitting อยู่ไหม?
ลองดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้มั้ย
-ไม่รู้สึกอยากทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเกินกว่าที่ต้องทำ ทำแค่ขั้นต่ำพอผ่าน
-เริ่มถอยห่างจากเพื่อนร่วมงานและกิจกรรมต่างๆ ในที่ทำงาน ไม่อยากมีส่วนร่วมอะไรเพิ่ม
-เข้าประชุมแต่แทบไม่เปิดปากพูดอะไร นั่งฟังเฉยๆ แล้วก็จบ
-นาฬิกาบอกเลิกงาน กระเป๋าก็หยิบทันที ไม่มีลังเล ไม่มีการอยู่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว
ถ้าเช็กแล้วตรงหลายข้อ ไม่ต้องตกใจไป เพราะมันไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนแย่หรือทำงานไม่ดี มันแค่บอกว่าตอนนี้คุณกำลังเลือกที่จะรักษาตัวเองเอาไว้บ้างแล้ว
-แล้วสัญญาณที่บอกว่างานนี้ไม่ใช่คืออะไร?
Quiet Quitting บางครั้งไม่ได้เกิดจากนิสัยของเราเลย แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวต่างหาก
อาจเป็นงานที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตอีกต่อไปแล้ว หัวหน้าที่ไม่เคยรับฟังเสียงของทีม หรือองค์กรที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนก็ตาม
ถ้าลองปรับพฤติกรรมตัวเองแล้ว พักผ่อนให้พอ จัดสมดุลชีวิตให้ดีขึ้นแล้ว แต่ความรู้สึกเหนื่อยจะสู้ยังไม่หายไป บางทีปัญหามันอาจไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่งานที่เราทำอยู่นี่แหละ
-ถึงจุดนี้แล้วทำอะไรได้บ้าง?
ถ้ายังพอรักษาได้ ลองคุยกับหัวหน้าตรงๆ ดูก่อน หรือขอ Feedback แบบเปิดใจเพื่อหาทางออกร่วมกัน บางทีปัญหาที่เรารู้สึกอยู่คนเดียว อาจมีทางแก้ที่ง่ายกว่าที่คิดก็ได้
แต่ถ้าลองทุกทางแล้วยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่ บางทีการตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตอยากได้อะไรจริงๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าการทนอยู่แบบไม่มีทิศทาง เพราะบางทีทางออกไม่ใช่การหางานใหม่ที่หน้าตาคล้ายๆ เดิม แต่คือการเริ่มต้นสร้างชีวิตการทำงานในแบบที่ตัวเองออกแบบได้เอง บริหารเวลาเอง ทำงานได้ทุกที่ที่ต้องการ พร้อมรายได้ที่มั่นคง ซึ่งสามารถเริ่มต้นเส้นทางนั้นได้เลยกับ AIA FA
AIA FA ที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงินและสุขภาพ งานที่คุณบาลานซ์ทั้ง Work และ Life เองได้อย่างลงตัว
- Income: ทำงาน 5 ปี โบนัส 5 ล้านบาท ครบ 10 ปี ได้รวม 10 ล้านบาท* โอกาสที่คุณจะมี startup เป็นของตัวเอง ภายในระยะเวลา 5 ปี
- Independence: มี Work-life balance มีสุขภาพและชีวิตที่ดี เพราะคุณสามารถบริหารจัดการเวลาตัวเองได้ สามารถทำงานได้ทุกที่ หยุดได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
- Impact: สร้างคุณค่าให้กับสังคม เพราะยังมีคนไทยอีกหลายล้านชีวิตที่รอให้คุณส่งมอบความคุ้มครองเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพทางการเงินและสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพียงมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. อายุไม่เกิน 50 ปี
2. ไม่ต้องมีประสบการณ์ทำงาน**
3. การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป***
4. ออกรหัสตัวแทนมาแล้วไม่เกิน 12 เดือน หรือไม่เคยออกรหัสกับเอไอเอมาก่อน
5. ไม่เคยเป็นตัวแทน AIA FA มาก่อน
หมายเหตุ
*รายละเอียดกฎเกณฑ์ ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทประกาศกำหนด
**สำหรับโครงการ FA Standard
***กรณีการศึกษาระดับมัธยมปลาย/เทียบเท่าหรืออนุปริญญา จะต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 120,000 บาท
รวบรวมข้อมูลโดย เอไอเอ ประเทศไทย
ข้อมูลอ้างอิงจาก จาก https://thematter.co/brief/183372/183372 และ https://happy8workplace.thaihealth.or.th/articles/118
-Quiet Quitting คืออะไร ทำไมถึงเกิดขึ้น?
Quiet Quitting ไม่ใช่การลาออกนะ แต่คือการที่เราเลือกจะทำงานแค่เท่าที่อยู่ในหน้าที่ ไม่เกินไปกว่านั้น ไม่รับงานพิเศษ ไม่เช็กอีเมลนอกเวลา เลิกงานแล้วก็เลิก ปิดโน้ตบุ๊กแล้วก็ตัดขาดจากงานไปเลย
เทรนด์นี้เริ่มเป็นที่พูดถึงมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจหรือไม่อยากทำงานเลยนะ แต่เพราะเหนื่อยกับการทุ่มเททำงานหนักแล้วไม่ได้รับสิ่งที่ควรได้กลับมา ไม่ว่าจะเป็นค่าตอบแทนที่เหมาะสม การยอมรับจากหัวหน้า หรือแม้แต่ความรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าในที่ทำงาน พอทำหนักแล้วไม่ได้อะไรกลับมา หลายคนก็เลือกที่จะถอยกลับมาทำแค่ในขอบเขตที่ตัวเองรับผิดชอบจริงๆ -ทำไมถึงไม่ลาออกซะเลย?
คำถามที่หลายคนสงสัย แต่จริงๆ มันไม่ได้ง่ายแบบนั้น
สภาพเศรษฐกิจตอนนี้ทำให้การลาออกมีความเสี่ยงสูงกว่าเมื่อก่อนมาก ความไม่แน่นอนของตลาดงาน สวัสดิการที่มีอยู่แล้วแต่หาที่ไหนไม่ได้อีก หรือแม้แต่ทักษะที่มีอยู่อาจไม่ได้ใช้ได้กับงานอื่น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเหตุผลที่ทำให้คนเลือกอยู่ต่อ แต่ก็ไม่ได้เลือกจะทุ่มเทเหมือนเดิมอีกแล้ว
พูดง่ายๆ คือ ยังอยู่ แต่ใจไม่ได้อยู่เต็มร้อยเหมือนก่อน
-เช็กตัวเองก่อน กำลัง Quiet Quitting อยู่ไหม?
ลองดูว่าคุณมีอาการเหล่านี้มั้ย
-ไม่รู้สึกอยากทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จเกินกว่าที่ต้องทำ ทำแค่ขั้นต่ำพอผ่าน
-เริ่มถอยห่างจากเพื่อนร่วมงานและกิจกรรมต่างๆ ในที่ทำงาน ไม่อยากมีส่วนร่วมอะไรเพิ่ม
-เข้าประชุมแต่แทบไม่เปิดปากพูดอะไร นั่งฟังเฉยๆ แล้วก็จบ
-นาฬิกาบอกเลิกงาน กระเป๋าก็หยิบทันที ไม่มีลังเล ไม่มีการอยู่ต่ออีกแม้แต่นาทีเดียว
ถ้าเช็กแล้วตรงหลายข้อ ไม่ต้องตกใจไป เพราะมันไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนแย่หรือทำงานไม่ดี มันแค่บอกว่าตอนนี้คุณกำลังเลือกที่จะรักษาตัวเองเอาไว้บ้างแล้ว
-แล้วสัญญาณที่บอกว่างานนี้ไม่ใช่คืออะไร?
Quiet Quitting บางครั้งไม่ได้เกิดจากนิสัยของเราเลย แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมรอบตัวต่างหาก
อาจเป็นงานที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิตอีกต่อไปแล้ว หัวหน้าที่ไม่เคยรับฟังเสียงของทีม หรือองค์กรที่ทำให้รู้สึกว่าตัวเองไม่มีคุณค่าไม่ว่าจะทำดีแค่ไหนก็ตาม
ถ้าลองปรับพฤติกรรมตัวเองแล้ว พักผ่อนให้พอ จัดสมดุลชีวิตให้ดีขึ้นแล้ว แต่ความรู้สึกเหนื่อยจะสู้ยังไม่หายไป บางทีปัญหามันอาจไม่ได้อยู่ที่เรา แต่อยู่ที่งานที่เราทำอยู่นี่แหละ
-ถึงจุดนี้แล้วทำอะไรได้บ้าง?
ถ้ายังพอรักษาได้ ลองคุยกับหัวหน้าตรงๆ ดูก่อน หรือขอ Feedback แบบเปิดใจเพื่อหาทางออกร่วมกัน บางทีปัญหาที่เรารู้สึกอยู่คนเดียว อาจมีทางแก้ที่ง่ายกว่าที่คิดก็ได้
แต่ถ้าลองทุกทางแล้วยังรู้สึกว่ามันไม่ใช่ บางทีการตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตอยากได้อะไรจริงๆ อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีกว่าการทนอยู่แบบไม่มีทิศทาง เพราะบางทีทางออกไม่ใช่การหางานใหม่ที่หน้าตาคล้ายๆ เดิม แต่คือการเริ่มต้นสร้างชีวิตการทำงานในแบบที่ตัวเองออกแบบได้เอง บริหารเวลาเอง ทำงานได้ทุกที่ที่ต้องการ พร้อมรายได้ที่มั่นคง ซึ่งสามารถเริ่มต้นเส้นทางนั้นได้เลยกับ AIA FA
AIA FA ที่ปรึกษาด้านประกันชีวิต การเงินและสุขภาพ งานที่คุณบาลานซ์ทั้ง Work และ Life เองได้อย่างลงตัว
- Income: ทำงาน 5 ปี โบนัส 5 ล้านบาท ครบ 10 ปี ได้รวม 10 ล้านบาท* โอกาสที่คุณจะมี startup เป็นของตัวเอง ภายในระยะเวลา 5 ปี
- Independence: มี Work-life balance มีสุขภาพและชีวิตที่ดี เพราะคุณสามารถบริหารจัดการเวลาตัวเองได้ สามารถทำงานได้ทุกที่ หยุดได้ทุกเมื่อที่ต้องการ
- Impact: สร้างคุณค่าให้กับสังคม เพราะยังมีคนไทยอีกหลายล้านชีวิตที่รอให้คุณส่งมอบความคุ้มครองเพื่อให้คนไทยมีสุขภาพทางการเงินและสุขภาพชีวิตที่ดีขึ้น
เพียงมีคุณสมบัติ ดังนี้
1. อายุไม่เกิน 50 ปี
2. ไม่ต้องมีประสบการณ์ทำงาน**
3. การศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป***
4. ออกรหัสตัวแทนมาแล้วไม่เกิน 12 เดือน หรือไม่เคยออกรหัสกับเอไอเอมาก่อน
5. ไม่เคยเป็นตัวแทน AIA FA มาก่อน
หมายเหตุ
*รายละเอียดกฎเกณฑ์ ข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เป็นไปตามที่บริษัทประกาศกำหนด
**สำหรับโครงการ FA Standard
***กรณีการศึกษาระดับมัธยมปลาย/เทียบเท่าหรืออนุปริญญา จะต้องมีรายได้เฉลี่ยต่อปีไม่น้อยกว่า 120,000 บาท
รวบรวมข้อมูลโดย เอไอเอ ประเทศไทย
ข้อมูลอ้างอิงจาก จาก https://thematter.co/brief/183372/183372 และ https://happy8workplace.thaihealth.or.th/articles/118
บทความที่เกี่ยวข้อง
เมื่อพูดถึงโครงการพัฒนาที่ปรึกษาการเงินมืออาชีพยอดฮิตอย่างโครงการ AIA FA หลายคนอาจจะพอรู้แล้วใช่ไหมคะว่าเขามีแผนรองรับรายได้ประจำให้ระหว่างเรียนรู้งาน แต่รู้ไหมคะว่าจริงๆ แล้วโครงการนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 แทร็กใหญ่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์โปรไฟล์และต้นทุนชีวิตที่แตกต่างกันของแต่ละคนค่ะ
15 มิ.ย. 2026
เลื่อนฟีดโซเชียลไม่กี่วินาทีก็เจอคนรีวิวปากกาฉีดลดน้ำหนัก บางคนบอกว่าผอมลงภายในเดือนเดียว บางคนบอกว่าไม่ต้องอดอาหารเลย แค่ฉีดแล้วก็ผอม ฟังดูดีเกินจริงไปนิดนึงไหม? และคำถามที่หลายคนยังไม่กล้าถามตรงๆ คือมันปลอดภัยจริงๆ หรือเปล่า
5 ก.ค. 2026
วางแผนล่วงหน้าด้วย AIA Health Starter: ตอบโจทย์คุณพ่อคุณแม่ด้วยแผนประกันที่ยืดหยุ่น ปรับเปลี่ยนตามช่วงวัย (Begin / Balanced) คุ้มครองทั้ง IPD และ OPD (ตามเงื่อนไขแผน) พร้อมเข้าถึงโรงพยาบาลเครือข่าย AIA Smart Network กว่า 1,249 แห่งทั่วประเทศ
25 ก.ค. 2026


