อย่ารอให้ลูกป่วยค่อยกังวล วางแผนสุขภาพให้ลูกรัก ด้วย AIA Health Starter

พ่อแม่ส่วนใหญ่มักคิดว่าหากลูกเกิดอาการเจ็บป่วย ก็สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไหว จึงเลือกที่จะไม่ทำประกันให้กับลูก แต่จริง ๆ เด็กเองก็มีความเสี่ยงในการเกิดโรคได้มากกว่าผู้ใหญ่ แถมมีค่าใช้จ่ายในการรักษาที่สูงกว่าด้วย ดังนั้น การลดความเสี่ยงด้วยประกันสุขภาพจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ
ปัจจุบันความเสี่ยงของการเกิดโรคในเด็กมีอัตราเพิ่มขึ้นสูง เพราะเด็ก ๆ อาจมีภูมิคุ้มกันที่ยังไม่สมบูรณ์ ทำให้ป่วยบ่อย หลายคนป่วยเฉลี่ย 2 - 4 ครั้งต่อปี โดยในปี 2568 พบว่า โรคติดต่อในเด็กอายุไม่เกิน 5 ปี ที่พบมากที่สุด ได้แก่ โรคมือเท้าปาก RSV และไข้หวัดใหญ่
(ขอบคุณข้อมูล กรมควบคุมโรค 2568)
อีกทั้ง เด็กเล็กมีภูมิคุ้มกันต่ำ บอบบาง ติดเชื้อง่าย จึงมีโอกาสที่จะเป็นโรคแปลก ๆ มากกว่าผู้ใหญ่ และการสื่อสารเมื่อยามเจ็บป่วยมักทำได้ยาก เพราะอธิบายไม่ได้ บางครั้งอาจต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อเฝ้าสังเกตอาการ 2-3 คืน แน่นอนว่าเมื่อเจ็บป่วย ก็มักจะมาพร้อมกับค่าใ้ช้จ่ายที่สูง4 ปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อประกันสุขภาพให้ลูก
1.ความเสี่ยงในการเจ็บป่วยของลูก: ต้องประเมินก่อนว่าลูกของเรามีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยบ่อยแค่ไหน ไม่ว่าจะจากอุบัติเหตุหรือโรคภัย เพราะอาจจะส่งผลต่อการเลือกวงเงินค่ารักษาได้
2.ความคุ้มครอง: เช่น แผนที่เน้นคุ้มครองเฉพาะค่ารักษาผู้ป่วยใน (IPD) เหมาะกับเด็กที่มีโอกาสเจ็บป่วยพอสมควร และป่วยที่มักจะเป็นหนักจนต้องเข้าโรงพยาบาลฉุกเฉิน หรือแผนที่มีพ่วงความคุ้มครองค่ารักษาผู้ป่วยนอก (OPD) เหมาะกับเด็กที่ไม่ได้เจ็บป่วยหนัก แต่มักจะเจ็บป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่เป็นบ่อย
3.เบี้ยประกันภัย: ควรอยู่ในระดับที่คุณพ่อคุณแม่จ่ายให้ลูกไหวในระยะยาว อาจจะอยู่ในระดับที่ไม่เกิน 5 - 10% ของรายได้ทั้งปี (ขึ้นอยู่กับภาระการเงินของแต่ละครอบครัว) ซึ่งถ้าหากแผนที่เล็งไว้มีเบี้ยที่ค่อนข้างสูง ก็อาจจะต้องลดแผนความคุ้มครองลงมา หรือเลือกแบบที่มีส่วนร่วมจ่าย (หากมีให้เลือก) ร่วมกับการใช้สวัสดิการอื่น ๆ ที่มีอยู่ ก็อาจช่วยให้การวางแผนทำประกันมีความคุ้มค่าเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน
4.ค่ารักษาพยาบาล: อัตราค่ารักษาพยาบาลของแต่ละโรงพยาบาลมีค่าใช้จ่ายต่างกัน ส่งผลต่อการเลือกวงเงินความคุ้มครองของแผนประกันสุขภาพ ดังนั้น จึงควรสำรวจเบื้องต้นก่อนว่า หากเกิดเหตุเจ็บป่วยฉุกเฉินกับลูก จะพาไปเข้าโรงพยาบาลไหนดี แนะนำที่เดินทางสะดวก ใกล้บ้าน หรือสถานศึกษาบุตร หรือเป็นโรงพยาบาลที่อัตราค่ารักษาสอดคล้องกับฐานะรายได้ของครอบครัว
ซื้อประกันให้ลูกตอนอายุเท่าไหร่ดี?
การบริหารความเสี่ยงที่ถูกต้องคือการเตรียมตัวไว้ล่วงหน้าก่อนเหตุต่าง ๆ จะเกิด ดังนั้น การซื้อประกันสุขภาพสำหรับเด็กควรทำตั้งแต่ลูกของเราเกิด เพื่อทำให้มั่นใจได้ว่าลูกจะได้รับความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นการทำประกันเร็วยังช่วยให้พ่อแม่สามารถบริหารเงินได้ง่าย เนื่องจากมีงวดการจ่ายที่คงที่ ไม่ต้องลุ้นดึงเงินเก็บฉุกเฉินมาจ่ายเมื่อลูกไม่สบาย
ไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากให้ลูกไม่สบายบ่อย ๆ แต่การวางแผนประกันไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็จะยิ่งช่วยให้พ่อแม่จัดการความเสี่ยงได้ง่ายขึ้น ดังนั้น เริ่มต้นวางแผนสุขภาพให้ลูกน้อย ให้มีประกันสุขภาพไว้ช่วยแบ่งเบาค่ารักษา
AIA Health Starter ทางเลือกสำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มองหาประกันสุขภาพ
- มีความคุ้มครอง 2 แผนให้เลือก
- แบบ Begin อายุรับประกันภัยตั้งแต่ 15 วัน – 75 ปี (สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 15 วัน – 10 ปี สามารถเลือกแบบ Begin – Balanced ณ วันที่สมัคร เพื่อเปลี่ยนแปลงค่าใช้จ่ายร่วมเป็นแบบ Balanced นับตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ผู้เอาประกันภัยมีอายุครบ 11 ปี โดยอัตโนมัติ)
- แบบ Balanced อายุรับประกันภัยตั้งแต่ 11 ปี – 75 ปี
- เลือกความคุ้มครองได้ 5 ระดับ
- คุ้มครองทั้ง IPD และ OPD*
- ยกระดับบริการสุขภาพกับ AIA Smart Network ครอบคลุม 1,249 แห่งทั่วประเทศ**
*ผลประโยชน์ค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอก (OPD) สำหรับ AIA Health Starter แผน 2,000 ขึ้นไป
**บริษัทสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก แก้ไข รายชื่อสถานพยาบาลใน AIA Smart Network รวมถึงรายละเอียดหรือเงื่อนไขต่าง ๆ โดยแจ้งให้ทราบล่วงหน้าผ่านช่องทางสื่อสารของบริษัท ทั้งนี้ ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลใน AIA Smart Network ได้จาก https://www.aia.co.th/th/health-wellness/aia-smart-network
เพราะสุขภาพลูกรอไม่ได้ เริ่มต้นวางแผนกับ AIA Health Starter กดติดต่อกลับเพื่อกรอกแบบฟอร์ม ให้ตัวแทนแนะนำแบบประกันที่เหมาะกับคุณ
หมายเหตุ
- ข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครองจะระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่ออกให้กับผู้ถือกรมธรรม์
- ผู้ขอเอาประกันภัยควรศึกษาทำความเข้าใจรายละเอียดข้อกำหนดและเงื่อนไขของความคุ้มครอง รวมทั้งข้อยกเว้นไม่คุ้มครอง ของผลิตภัณฑ์ประกันภัย และเงื่อนไขที่เอไอเอประกาศ ก่อนตัดสินใจทำประกันภัยทุกครั้ง


