เงินไม่พอใช้ก็ออมได้! 5 สเต็ปเปลี่ยนชีวิตจาก "ติดลบ" สู่ "เงินเหลือ"
อัพเดทล่าสุด: 19 เม.ย. 2026
28 ผู้เข้าชม

เข้าใจเลยค่ะว่าในยุคที่ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น การแค่วิ่งไล่ตามค่าใช้จ่ายในแต่ละวันก็เต็มกลืนแล้ว
คำว่า "เงินออม" จึงดูเหมือนเรื่องไกลตัว แต่เชื่อไหมคะว่า "การเริ่มออมในช่วงที่เงินน้อยที่สุด
คือบทพิสูจน์วินัยที่แข็งแกร่งที่สุด" หากวันนี้คุณยังรู้สึกว่าเงินไม่พอใช้ ลองเริ่มปรับด้วย 5 สเต็ปนี้
1. ตัดใจออม "จำนวนน้อย" ทันทีที่เงินออก
อย่ารอให้ถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยออม เพราะมันจะไม่มีวันเหลือ ให้เริ่มออมเพียง 1-3% ของรายได้ หรือแม้แต่หลักร้อยบาทที่คุณไม่รู้สึกกระทบกับการใช้ชีวิต หัวใจสำคัญคือการสร้าง "นิสัย" ไม่ใช่ "จำนวนเงิน"
2. สแกนหา "ค่าใช้จ่ายแฝง"
ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างจริงจังเพียง 1 เดือน คุณจะพบจุดรั่วไหลที่คาดไม่ถึง เช่น ค่าสมาชิกแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้, ค่าจัดส่งอาหาร หรือการซื้อของจุกจิกตามอารมณ์ เงินส่วนนี้แหละค่ะคือ "เงินออม" ที่ซ่อนอยู่
3. ใช้กฎ 24 ชั่วโมง ดับเบรกความอยาก
ก่อนจะกดชำระเงินสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ของจำเป็น ให้รออย่างน้อย 24 ชั่วโมง หากข้ามวันไปแล้วความอยากยังอยู่ค่อยพิจารณาใหม่ ส่วนใหญ่มักจะพบว่าเราไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นจริงๆ ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มหาศาล
4. วางแผนมื้ออาหาร
ค่าอาหารคือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่ง การวางแผนว่าจะกินอะไรในแต่ละสัปดาห์ หรือการลดการสั่ง Delivery แล้วเปลี่ยนมาเตรียมอาหารเองบ้าง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้กว่า 20-30%
5. มองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากทักษะที่มี
หากประหยัดจนสุดทางแล้วแต่ยังไม่พอ การเพิ่มรายได้คือคำตอบ ลองสำรวจว่าคุณมีความสามารถอะไรที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นงานฟรีแลนซ์ การขายของออนไลน์ หรือการให้คำปรึกษา เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บสำรอง
1. ตัดใจออม "จำนวนน้อย" ทันทีที่เงินออก
อย่ารอให้ถึงสิ้นเดือนแล้วค่อยออม เพราะมันจะไม่มีวันเหลือ ให้เริ่มออมเพียง 1-3% ของรายได้ หรือแม้แต่หลักร้อยบาทที่คุณไม่รู้สึกกระทบกับการใช้ชีวิต หัวใจสำคัญคือการสร้าง "นิสัย" ไม่ใช่ "จำนวนเงิน"
2. สแกนหา "ค่าใช้จ่ายแฝง"
ลองทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างจริงจังเพียง 1 เดือน คุณจะพบจุดรั่วไหลที่คาดไม่ถึง เช่น ค่าสมาชิกแอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้, ค่าจัดส่งอาหาร หรือการซื้อของจุกจิกตามอารมณ์ เงินส่วนนี้แหละค่ะคือ "เงินออม" ที่ซ่อนอยู่
3. ใช้กฎ 24 ชั่วโมง ดับเบรกความอยาก
ก่อนจะกดชำระเงินสำหรับสินค้าที่ไม่ใช่ของจำเป็น ให้รออย่างน้อย 24 ชั่วโมง หากข้ามวันไปแล้วความอยากยังอยู่ค่อยพิจารณาใหม่ ส่วนใหญ่มักจะพบว่าเราไม่ได้ต้องการสิ่งนั้นจริงๆ ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้มหาศาล
4. วางแผนมื้ออาหาร
ค่าอาหารคือรายจ่ายก้อนใหญ่ที่สุดก้อนหนึ่ง การวางแผนว่าจะกินอะไรในแต่ละสัปดาห์ หรือการลดการสั่ง Delivery แล้วเปลี่ยนมาเตรียมอาหารเองบ้าง จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ลงได้กว่า 20-30%
5. มองหาโอกาสเพิ่มรายได้จากทักษะที่มี
หากประหยัดจนสุดทางแล้วแต่ยังไม่พอ การเพิ่มรายได้คือคำตอบ ลองสำรวจว่าคุณมีความสามารถอะไรที่เปลี่ยนเป็นเงินได้ ไม่ว่าจะเป็นงานฟรีแลนซ์ การขายของออนไลน์ หรือการให้คำปรึกษา เพื่อนำรายได้ส่วนนี้มาเป็นเงินเก็บสำรอง
บทความที่เกี่ยวข้อง
วางแผนภาษีให้ฉลาดด้วยประกันชีวิต เลือกแบบให้เหมาะ ลดหย่อนได้จริง คุ้มทั้งความคุ้มครองและเงินในอนาคต ไม่เสียโอกาสทางการเงิน
10 เม.ย. 2026
เผยเคล็ดลับบริหารเงินฉบับเงินเดือน 15,000 บาท เปลี่ยนชีวิตจากเดือนชนเดือนสู่การมีเงินออมและสวัสดิการที่คุ้มค่า เริ่มต้นวันนี้เพื่ออนาคตที่มั่นคง
18 เม.ย. 2026
ชีวิตไม่เคยการันตีอะไรให้เรา คุณจะเลือกหวังว่าโชคจะเข้าข้าง หรือเตรียมพร้อมเผื่อวันที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน
20 ก.พ. 2026


